You're welcome, This is a blog knowledge about the Animals Science

แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สูตรอาหาร ความต้องการโภชนะของสุกร ไก่ไข่ ไก่เนื้อ การจัดการฟาร์ม ครับผม by suntornka

Google search

Custom Search

Sponser one

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2555

การป้องกันและการแก้ไขสำไส้ทะลักในไก่ไข่ (PROLAPSE)

อะไรที่เรียกว่า PROLAPSE ถ้ามีส่วนหนึ่งส่วนใดของท่อนำไข่ (Oviduct) ได้หลุดออกมานอกแม่ไก่ เราเรียกว่า “ Prolapse ” โดยปกติแล้วมักจะพบบ่อยในไก่ไข่สีขาวมากกว่าสีน้ำตาล ปัญหาจริง ๆ ไม่ใช่ที่ “ Prolapse “ อย่างเดียวที่เป็นปัญหา ปัญหาตามมาจะพบบ่อยคือ ไก่จิกกัน (Cannibalism) ผลที่ตามมาคือ อัตราการตายจะสูงขึ้น เราสามารถแบ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาของ “ Prolapse “ ได้ดังนี้
1. โครงสร้างและน้ำหนักตัวไก่ การพัฒนาน้ำหนักของไก่ไข่ในช่วงไก่เล็กนั้นสำคัญมาก มี 2 ปัญหาที่ผู้เลี้ยงจะต้องระวังไว้ คือ *** น้ำหนักที่เกินไปนั้นเกิดจากการสะสมของไขมัน *** โครงสร้างของช่วงไก่เล็ก เล็กเกินไป ทั้ง 2 สาเหตุจะมีส่วนทำให้เกิด Prolapse เกิดขึ้น การพัฒนาน้ำหนักตัวและโครงสร้างของไก่เล็กจะสำคัญมาก โดยเฉพาะช่วงอายุวันแรกถึง 5 สัปดาห์ ควรจะมีน้ำหนักให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะเห็นว่ากี่ครั้งที่มีการพูดคุยเรื่องไก่ไข่ เราจะเน้นเรื่องน้ำหนักตัวที่ 5 สัปดาห์ ค่อนข้างมาก ในช่วงไก่อายุ 8 ถึง 15 สัปดาห์ เราต้องพยายามให้ไก่กินปริมาณอาหารต่อวัน เพิ่มขึ้น การให้อาหารที่มีปริมาณพลังงานต่ำ และโปรตีนต่ำจะทำให้ไก่กินอาหารต่อวันเพิ่มขึ้น เมื่อไก่อายุตั้งแต่ 15 สัปดาห์ขึ้นไป เราควรทำให้ไก่มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นโดยเพิ่มปริมาณอาหารที่ไก่กินต่อวัน ระบบสืบพันธุ์ของไก่สาวจะพัฒนาเร็วมากนับจากนี้เป็นต้นไป ถ้าไก่สาวกินอาหารเพิ่มขึ้นไม่มากพอ เราควรจะกระตุ้นให้ไก่สาวกินปริมาณเพิ่มขึ้นให้ได้ ในบางครั้ง ถ้าน้ำหนักตัวไก่สาวต่ำกว่าน้ำหนักเป้าหมายมาก บางครั้งเราให้ไก่สาวกินอาหารไก่เล็ก (Starter) ระหว่าง 16 – 18 สัปดาห์ ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มน้ำหนักตัวไก่สาวก่อนขึ้นไข่ หลังจากเราย้ายไก่จากไก่สาวขึ้นกรงไก่ไข่ แล้วปริมาณอาหารที่ไก่กินต่อวันไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างเพียงพอ เราควรจะกระตุ้นให้ไก่ได้กินอาหารมากขึ้น ทั้งนี้ในบางครั้ง เมื่อน้ำหนักตัวยังต่ำกว่าน้ำหนักเป้าหมาย เราก็สามารถให้อาหารไก่เล็ก (Starter) ได้ระหว่างอายุ 16 – 18 สัปดาห์ ทั้งนี้เพื่อช่วยกระตุ้นน้ำหนักก่อนไข่ ในกรณีที่ไก่สาวที่ย้ายขึ้นกรงไข่แล้ว ยังไม่สามารถกินปริมาณอาหารตามที่ควรจะเป็นเราควรจะให้ไก่สาวกินอาหารที่มีสูตรพลังงานลดลงประมาณ 100 Kcal และให้โปรตีนในอาหารสูงขึ้นประมาณ 1% จนกว่า ไก่สาวจะสามารถกินปริมาณอาหารได้ตามที่เราต้องการ จึงหันกลับไปใช้สูตรอาหารปกติ ลูกไก่ไข่ที่มีการพัฒนาทั้งน้ำหนักตัวและโครงสร้างจะเป็นตัวป้องกัน Prolapse ได้เป็นอย่างดี ควรคำนึงถึงด้วยว่า น้ำหนักตัวอาจมาจากไขมันในร่างกาย โดยที่ไก่ไข่มีโครงสร้างที่เล็กกว่าปกติ การสร้างโครงสร้างที่ดีควรจะเริ่มตั้งแต่ไก่เล็ก
2. การตัดปากไก่ (DEBEAKING)
การตัดปากที่ยาวเกินหรือไม่ตัดเลย ก็จะทำให้ไก่จิกกัน ดังนั้นควรจะสำรวจด้วยว่ามาจากการตัดปากไก่หรือไม่
3. แสง (LIGHTING) และความเข้มของแสง (LIGHTING INTENSITY) ความเข้มของแสงที่สูงเกินไปหรือในโรงเรือนเปิดจะทำให้ไก่จิกกันได้ เราสามารถใช้หลอดไฟสีแดด เพื่อป้องกันการจิกกัน - ชั่วโมงแสง การที่เรากระตุ้นชั่วโมงแสงในไก่สาวเร็วเกินไปจะทำให้เกิด Prolapse เกิดขึ้น เราต้องแน่ใจว่าน้ำหนักตัวและโครงสร้างของไก่สาวเป็นไปตามที่เราต้องการก่อนที่เราจะกระตุ้น หรือเพิ่มจำนวนชั่วโมงแสง ดังนั้นถ้าน้ำหนักตัวยังไม่ถึงมาตรฐาน เราจะยังไม่กระตุ้นแสง ทั้งนี้ในไก่ไข่เป็นการยากที่จะชะลอการไข่ออกไป ดังนั้นเราควรจะเน้นการเลี้ยงในช่วงแรกเกี่ยวกับ น้ำหนักตัวและโครงสร้าง
4. ขนาดไข่ (EGG SIZE)
ขนาดไข่ที่ใหญ่เกินไปจะเป็นสาเหตุให้เกิด Prolapse ได้ หลังจากไก่สาวเริ่มไข่ขนาดไข่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นถ้าโครงสร้างไก่ไข่มีขนาดเล็กไปก็จะทำให้เกิด Prolapse ได้ง่ายขึ้น
5. โรคติดเชื้อในลำไส้ (ENTERITIES)
โดยทั่วไปโรคท้องเสียทุกชนิดสามารถทำให้เกิด Prolapse ได้
6. ให้เกลือเพิ่มขึ้น (0.45%) อาจลดการจิกกันได้
เกลือที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ไก่กินน้ำมากขึ้นและอาจทำให้เกิดการถ่ายเหลวได้ จำนวนคลอรีน ควรอยู่ในระดับ 1200 ppm เป็นอย่างน้อย
7. การถ่ายอาหารที่ดีจะช่วยลดการจิกกันได้
8. ไม่ใส่ไก่แน่นเกินไปจนเกิดความเครียดขึ้น
9. อุณหภูมิและความเข้มของแสงที่เปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นไป ก็เป็นสาเหตุของการจิกได้
10. พวก หนู แมลง รวมถึงตัวไร ก็สามารถเป็นสาเหตุของการจิกกันได้

เราจะป้องกัน “PROLAPSE” ได้อย่างไร

3. การคำนวณหาจำนวนสุกรขุนที่ต้องการ
คำนวณได้จาก จำนวนสุกรอย่านม 21941 ตัว/ปี กำหนดให้มีการสูญเสียขณะขุน = 2.00 % ดังนั้นมีการสูญเสียสุกรจำนวน = 439 ตัว/ปี ดังนั้นจะเหลือสุกรขุนมีชีวิต = 21,502 ตัว/ปี or 1,792 ตัว/เดือน or 413 ตัว/สัปดาห์ หรือคำนวณได้จากแม่เข้าคลอด/สัปดาห์ 421.94 ตัว/สัปดาห์ (เนื่องจากใน 1 ปีมี 52 สัปดาห์ ดังนั้น จะต้องมีแม่เข้าคลอดตลอดประมาณ 421.94 แม่/สัปดาห์) ดังนั้นจำนวนแม่สุกรในฟารฟาร์ม 1000 แม่ สามารถผลิตสุกรขุนจำหน่ายได้ 413 ตัว/สัปดาห์
มีข้อมูลสงสัย หรือ ให้เพิ่มเติม สอบถามมาได้ครับผม และเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ครับ

วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2555

Effect of Using Broken Job’s tears for Energy Source in Kabinburi Muscovy Rations

ผลการใช้ปลายเดือยเป็นแหล่งพลังงานทดแทนปลายข้าวในสูตรอาหารเป็ดเทศกบินทร์บุรี

Effect of Using Broken Job’s tears for Energy Source in Kabinburi Muscovy Rations

สุนทร เกไกรสร1* ชัยพฤกษ์ หงษ์ลัดดาพร1, สว่าง กุลวงษ์1
Suntorn Kakaisorn1 *, Chaiyapruek Hongladdaporn1, Sawang Kullawong1

บทคัดย่อ: การศึกษาผลของการใช้ปลายเดือยเป็นแหล่งพลังงานทดแทนปลายข้าวต่อสมรรถนะการเจริญเติบโตของเป็ดเทศพันธุ์กบินทร์บุรี ใช้อาหารที่มีระดับปลายเดือย 5 ระดับ คือ ปลายเดือยร้อยละ 0, 8.25, 16.50, 24.75 และร้อยละ 33.00 ใช้เป็ดเทศพันธุ์กบินทร์บุรี อายุ 3 วัน จำนวน 40 ตัว น้ำหนักเฉลี่ย 63.68 กรัม แบ่งเป็ดออกเป็น 5 กลุ่ม ๆ ละ 4 ซ้ำ ๆ 2 ตัว ผลการทดลองพบว่าเป็ดเทศที่ได้รับอาหารทั้ง 5 สูตร ที่มีระดับปลายเดือยแตกต่างกัน มีอัตราการเจริญเติบโต น้ำหนักตัวที่เพิ่มต่อปริมาณอาหารที่กิน ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) แต่พบว่าเป็ดเทศกลุ่มที่ได้รับปลายข้าว (สูตรที่ 1) เป็นแหล่งพลังงานมีประสิทธิภาพการใช้โปรตีนดีกว่า กลุ่มที่กินอาหารที่มีปลายเดือยร้อยละ 24.75 และร้อยละ 33.00 (สูตรที่ 4 และ 5) ดังนั้นเป็ดเทศพันธุ์กบินทร์บุรีในช่วงอายุ 1-28 วัน สามารถใช้ปลายเดือยเป็นแหล่งพลังงานในสูตรอาหารได้ที่ระดับร้อยละ 33 ซึ่งมีผลทำให้สมรรถนะการเจริญเติบโตของเป็ดเทศพันธุ์กบินทร์บุรีใกล้เคียงกันกับการใช้ปลายข้าว

คำสำคัญ : ปลายเดือย, เป็ดเทศพันธุ์กบินทร์บุรี, สมรรถนะการเจริญเติบโต

ABSTRACT: This experiment was conducted to determine levels of broken Job’s tears on growth performance in Kabinburi Muscovy. The experiment treatment feeds containing 5 levels of broken Job’s tears (0, 8.25, 16.50, 24.75 and 33.00 % on rations). Forty Kabinburi Muscovys one-day-old ( 63.68 g average body weight) were used in four replications (2 ducks per replication). The duck give five rations have show body weight gain not significant (P>0.05). Daily weight gain and gain per feed of Kabinburi muscovy did not show differ among dietary treatments (P>0.05). However Kabinburi Muscovy feed broken rice has showed higher protein efficiency ratio than Kabinburi Muscovy feed broken Job’s tears levels 24.75 and 33.00 %. Nutritionist can use level of broken Job’s tears at 33.00 % in feed for 1-28 day-old Kabinburi Muscovy is recommended.

Key Words: broken Job’s tears, kabinburi muscovy, growth performance

1 สาขาสัตวศาสตร์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์แลเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย เลย 42000
Department of Animal Science, Faculty of Science and Technology, Rajabhat Loei University, Loei 42000
* Corresponding author: suntornka@hotmail.com

บทนำ

เป็ดเทศพันธุ์กบินทร์บุรี มีขนสีขาวตลอดลำตัว มีขนสีดำเป็นจุดเด่นอยู่กลางหัว ปากสีชมพู เท้าสีเหลืองอ่อน ลำตัวยาว หน้าอกกว้าง เนื้อมาก น้ำหนักแรกเกิด 42-54 กรัม เพศผู้โตเต็มที่หนัก 5-6 กิโลกรัม เพศเมียหนัก 2.6-2.8 กิโลกรัม เริ่มไข่อายุ 6-7 เดือน ไข่ได้ปีละ 150-180 ฟอง เป็ดเทศพันธุ์กบินทร์บุรี ได้รับการวิจัยและพัฒนาให้เป็นพันธุ์แท้ที่สามารถเลี้ยงเพื่อผลิตเนื้อป้อนตลาดได้ในระยะเวลา 10-12 สัปดาห์ (น้ำหนักประมาณ 2.8 กิโลกรัม) มีการเจริญเติบโตประมาณ 34 กรัม/ตัว/วัน น้ำหนักตัวที่เพิ่มต่อปริมาณอาหารที่กิน 420 กรัม/กิโลกรัมอาหาร (กรมปศุสัตว์, 2545) แข็งแรง ทนต่อสภาพการเลี้ยงดูในชนบท เหมาะสำหรับเกษตรกรเลี้ยงไว้เพื่อบริโภคและเสริมรายได้ เดือย (Job’s tears) เป็นธัญพืชตระกูล Gramineae เช่นเดียวกับข้าวโพด และข้าวฟ่าง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Coix lacryma-jobi L. เดือยมีคุณค่าทางโภชนาการสูง จึงนำมาใช้ประโยชน์เป็นอาหารมนุษย์และอาหารสัตว์ และเดือยมีสรรพคุณทางยา ประกอบด้วยแป้งและเส้นใยสูง และส่วนประกอบทางเคมีของเมล็ดเดือย 1 กรัมจะมีปริมาณแป้ง คาร์โบไฮเดรท ไขมัน โปรตีน เส้นใย สูงกว่าปลายข้าวในปริมาณเท่ากัน (จารุวรรณ, 2550) เดือยนิยมเพาะปลูกบนที่ลาดเชิงเขา จังหวัดเลยมีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 52,117 ไร่ เก็บผลผลิตได้ 300-350 กิโลกรัมต่อไร่ ประมาณร้อยละ 90 ส่งขายยังต่างประเทศ (สมเกียรติ, 2547) ลูกเดือยที่ผลิตได้ต้องนำมาผ่านกระบวนการสีจึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งมีผลพลอยได้ คือ ปลายเดือย รำเดือย และเปลือกเดือย ซึ่งในส่วนของปลายเดือย และรำเดือยมีปริมาณมาก และราคาประมาณ 3-8 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นหากเกษตรกรสามารถใช้ปลายเดือยเป็นวัตถุดิบอาหารเป็ดเทศ และเป็ดเทศมีสมรรถนะการเจริญเติบโตที่เหมาะสม จะเป็นการเพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรในการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นอีกทางหนึ่ง รวมทั้งเป็นการนำวัตถุดิบมาใช้ให้เกิดประโยชน์หลากหลาย และส่งเสริมการปลูกพืชในท้องถิ่นจังหวัดเลยได้อีกทางหนึ่งด้วย การวิจัยในครั้งนี้เพื่อศึกษาผลของการใช้ปลายเดือยเป็นแหล่งพลังงานทดแทนปลายข้าว โดยคำนวณสูตรอาหารให้มีปริมาณปลายเดือยแตกต่างกันทดแทนปลายข้าวต่อสมรรถนะการเจริญเติบโตของเป็ดเทศพันธุ์กบินทร์บุรี

อุปกรณ์และวิธีการ

ใช้เป็ดเทศพันธุ์กบินทร์บุรี คละเพศ อายุ 3 วัน จำนวน 40 ตัว น้ำหนักเฉลี่ย 63.68 กรัม เลี้ยงภายในโรงเรือนทดลองมีการให้แสงตลอดเวลา แบ่งเป็ดออกเป็น 5 กลุ่ม ๆ ละ 4 ซ้ำ ๆ ละ 2 ตัว ใช้แผนการทดลองแบบ Completely Randomized Design เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยโดยวิธี Duncan’s Multiple Range Test (DMRT) ทำการทดลองเป็นเวลา 28 วัน ที่ฟาร์มทดลองสัตวศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย บันทึกน้ำหนักตัวเริ่มต้น และน้ำหนักตัวสุดท้ายของเป็ดเทศในแต่ละสัปดาห์ บันทึกปริมาณอาหารที่กิน ประกอบสูตรอาหารโดยเพิ่มระดับปลายเดือยทดแทนปลายข้าว คำนวณให้ได้ระดับที่แตกต่างกัน 5 ระดับ คือ ร้อยละ 0, 8.25, 16.5, 24.75 และร้อยละ 33.00 รายละเอียดส่วนผสมของวัตถุดิบอาหารสัตว์ในสูตรได้แสดงไว้ใน Table 1. ปริมาณค่าโภชนะอื่น ๆ ได้คำนวณให้มีครบตามคำแนะนำของ กรมปศุสัตว์ (2545) ให้อาหารในแต่ละวันในปริมาณเต็มที่ ให้อาหารเวลา 06.30 นาฬิกา และให้น้ำดื่มอย่างเต็มที่

ผลการทดลอง

ผลการศึกษาพบว่าเป็ดเทศที่ได้รับอาหารที่มีปลายเดือยทั้ง 5 ระดับ คือ ปลายเดือยร้อยละ 0, 8.25, 16.50, 24.75 และร้อยละ 33.00 มีน้ำหนักตัวสุดท้ายใกล้เคียงกัน คือ 1153.8, 1115, 1113.8, 1082.5 และ 1062.5 กรัมต่อตัว ตามลำดับ) ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P>0.05) สำหรับอัตราการเจริญเติบโตของเป็ดเทศที่ได้รับอาหารที่มีปลายเดือยร้อยละ 8.25, 16.50 24.75 และร้อยละ 33.00 มีอัตราการเจริญเติบโตใกล้เคียงกัน (37.52, 37.43, 36.43 และ 35.74 กรัมต่อตัวต่อวัน ตามลำดับ) เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับอาหารที่ใช้ปลายข้าว (38.93 กรัมต่อตัวต่อวัน) (P>0.05) เช่นเดียวกันกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มต่อปริมาณอาหารที่กิน กลุ่มที่ได้รับอาหารที่มีปลายเดือยทั้ง 4 ระดับ มีน้ำหนักตัวที่เพิ่มต่อปริมาณอาหารที่กินใกล้เคียงกัน (233.78, 235.01, 228.03 และ 224.4 กรัมต่อกิโลกรัมอาหาร ตามลำดับ) และใกล้เคียงกันกับกลุ่มที่ได้รับอาหารที่ไม่ใช้ปลายเดือย (242.54 กรัมต่อกิโลกรัมอาหาร) (P>0.05) ดังแสดงใน Table 2. ประสิทธิภาพการใช้โปรตีน พบว่าเป็ดเทศที่ได้รับอาหารที่มีปลายเดือยทั้ง 4 ระดับ มีประสิทธิภาพการใช้โปรตีนใกล้เคียงกัน โดยมีค่าเป็น 1.03, 1.01, 0.96 และ 0.92 ตามลำดับ แต่ทั้งนี้พบว่ากลุ่มที่ใช้ปลายข้าว (1.10) มีประสิทธิภาพการใช้โปรตีนดีกว่ากลุ่มที่ใช้ปลายเดือยร้อยละ 24.75 และร้อยละ 33.00 (0.96 และ 0.92 ตามลำดับ) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < 0.05) ดังแสดงใน Table 2.

สรุปและวิจารณ์

จากผลการใช้ปลายเดือยในสูตรอาหารเป็ดเทศกบินทร์บุรี พบว่าเมื่อเป็ดเทศได้รับสูตรอาหารที่ใช้ปลายเดือยเป็นวัตถุดิบมีผลทำให้มีอัตราการเจริญเติบโต สอดคล้องกับอัตราการเจริญเติบโตที่ทดสอบโดยกรมปศุสัตว์ (2545) แต่ทั้งนี้น้ำหนักตัวที่เพิ่มต่อปริมาณอาหารที่กินแย่กว่าที่ทดสอบพันธุ์โดยกรมปศุสัตว์ (2545) ทั้งนี้มีสาเหตุมาจากธรรมชาติของเป็ดที่กินอาหารไปด้วยดื่มไปด้วยน้ำ และมีการหกหล่นเสียหายของอาหารเกิดขึ้นในภาชนะให้น้ำและตามพื้นคอก จากการศึกษาครั้งนี้ พบว่าเป็ดเทศพันธุ์กบินทร์บุรีสามารถนำโภชนะในปลายเดือยไปใช้ประโยชน์ได้ และพบว่าเมื่อระดับของปลายเดือยเพิ่มขึ้นทำให้ระดับของโปรตีนในสูตรอาหารเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่ระดับโปรตีนที่เพิ่มขึ้นไม่ทำให้เป็ดเทศมีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นแต่ประการใด จึงทำให้ค่าประสิทธิภาพการใช้โปรตีนต่ำลงอย่างเห็นได้ชัดในเป็ดกลุ่มที่ได้รับปลายเดือยที่ร้อยละ 24.75 และ 33.00 เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ใช้ปลายข้าว จากการวิจัยครั้งนี้จึงสรุปได้ว่าสามารถใช้ปลายเดือยเป็นวัตถุดิบในสูตรอาหารเป็ดเทศพันธุ์กบินทร์บุรีที่อายุ 1-28 วัน ได้ถึงร้อยละ 33.00 ในสูตรอาหาร ซึ่งระดับดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อสมรรถนะการเจริญเติบโตเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งผลของการใช้ปลายเดือยทดแทนปลายข้าวในอาหารเป็ดเทศพันธ์กบินทร์บุรีในช่วงอายุ 28-56 วัน จะทำการศึกษาในลำดับต่อไป

คำขอบคุณ

ขอขอบคุณสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ที่สนับสนุนงบประมาณในการทำวิจัยและสนับสนุนทุนเพื่อการนำเสนอผลงานวิจัยในครั้งนี้

เอกสารอ้างอิง

กรมปศุสัตว์. 2545. เข้าถึงได้จาก http://www.dld.go.th/service/duck%205%20type/kabin.html.

ค้นเมื่อ 15 กันยายน 2554.

จารุวรรณ บางแวก และคณะ. 2550. การผลิตเดือยคุณภาพเพื่อการส่งออก. เข้าถึงได้จาก
http://210.246.186.28/pprdo/Jobstear/Job’s%20tear.html. ค้นเมื่อ 20 กันยายน 2554.
สมเกียรติ ฐิตะฐาน. 2547. สถานภาพองค์ความรู้ด้านการผลิต การตลาดและการแปรรูป “เดือย” เข้าถึงได้จาก http://www.trf.or.th/research/abstract.asp?PROJECTID=PDG4720005. ค้นเมื่อ 23 กันยายน 2554.
Steel, R.G. W. and J.H. Torrie. 1980. Principle and Procedures of Statistics: A Biometrical Approach (2nd Ed.). McGraw-Hill, New York.

วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ธัญพืชผ่านกระบวนการทำให้สุกเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตสุกรอนุบาล

รายงานจากบริษัท เมเนบา ประเทศเนเธอร์แลนด์ จากการวิจัยพบว่ากลุ่มธัญพื่ชที่ผ่านกระบวนการให้ความร้อน จนเกิดเป็น เจลาติน (Gelatinisation) เมื่อนำไปประกอบในสูตรอาหารสุกรอนุบาลพบว่าลูกสุกรมีการย่อยได้ของโภชนะดีขึ้น ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน รวมถึงค่ากรดอะมิโนด้วย ทั้งนี้ส่งผลที่ตามมาคือ อาหารสูกรสุกรไม่หนืด มีการนำไปใช้ประโยชน์ได้เร็วขึ้น ทำลูกสุกรมีอัตราการเจริญเติบโตดีกว่ากลุ่มที่ให้กินอาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการทำให้สุก ที่มา : Pig Progress ฉบับวันที่ 6 ตุลาคม 2553

วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553

คาดการว่าปริมาณผลผลิตของข้าวสาลีเพิ่มขึ้นในยุโรป ปี 2010-2011

คาดการ ยุโรปทำการเก็บเกี่ยวข้าวสาลีเพิ่มขึ้นในปี 2010 จาการคาดการของนักวิเคราะห์ฝรั่งเศส โดยได้ให้ข้อมูลผลการวิเคราะห์ผลิตของข้าวสาลี และข้าวโพด ใน 27 ประเทศสมาชิก ของยุโรป คาดการว่าผลผลิตจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น ทั้ง ข้าวสาลี และข้าวโพด แต่จากการประมาณการข้าวบาร์เลย์พบว่ามีแนวโน้มของผลผลิตที่จะลดลง ในปี 2010
จากการคาดการว่าตลาดสำหรับปี 2010-2011 คาดว่าสหภาพยุโรปจะมีผลผลิตของข้าวสาลีประมาณ 133.7 ล้าน ตัน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 380,000 ตัน เมื่อเปรียบเทียบปัจจุบัน โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์จากปัจจุบัน เนื่องจาก ประเทศโรมาเนีย และเยอรมนี มีพื้นที่การเพราะปลูกเพิ่มขึ้นจากเดิม
ความต้องการลดลง จากการคาดการคามต้องการอุปสงค์ในประเทศของข้าวสาลี ในปี 2010-2011 โดย เฉพาะ ใน อาหารสัตว์พบว่ามีค่าความต้องการที่ลอลง เนื่องจากการแข่งขันของข้าวสาลีลดลงเมื่อเทียบกับบาร์เลย์ ทำให้มีปริมาณเพิ่มการส่งออกไปประเทศที่สาม เพิ่มสูงขึ้น สำหรับตอบสนองความต้องการของประเทศที่สาม
ราคาข้าวบาเลย์ยังอยู่ภายใต้ความกดดัน สำหรับบาร์เลย์ นักวิเคราะห์ได้ประมาณการว่ามีปริมาณลดลงถึง 530,000 ตัน เนื้องจาพื้นที่ของประเทศเยอรมันนี เปลี่ยนแปลงพื้นที่เพาะปลูกไปเป็นข้าวสาลี ซึ่งจากกำลังการผลิตเดิมอยู่ที่ 58.2 ล้านตันลดลง 6% เมื่อ เทียบกับปัจจุบัน.
แต่ปริมาณการของข้าวสาลีก็ขึ้นกับสภาพอากาศด้วย ส่วนปริมาณการผลิตข้าวโพดในยุโรปที่เก็บเกี่ยวนั้น คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 130,000 ตัน จาก 57.8 ล้านตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 2 % เมื่อเทียบกับปี 2009-2010 ส่วนผลผลิตธัญพืชโดยรวมคาดว่าจะประมาณ 292.1 ล้านตัน แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 291.2 ล้านตัน

วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2553

เยื่อใย (Fiber) คืออะไร

เยื่อใย หมายถึง คาร์โบไฮเดรตมีโครงสร้าง และ ไม่มีโครงสร้างคาร์โบไฮเดรต โดยคาร์โบไฮเดรตโครงสร้าง ได้แก่ เซลลูโลส และเฮมิเซลลูโลส พวกนี้เป็นองค์ประกอบของผนังเซลล์พืช เอนไซม์จากตัวสัตว์ไม่สามารถย่อยได้ จึงเพิ่มกากใยอาหารส่งผลดีต่อระบบขับถ่าย สำหรับคาร์โบไฮเดรตที่ไม่มีโครงสร้าง ได้แก่ แป้งและน้ำตาล เป็นคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยได้ง่าย เอนไซม์จากสัตว์ทุกชนิดสามารถย่อยได้ จึงใช้เป็นแหล่งพลังงานสำหรับสัตว์

Sponser

News in Thailand

.